รวบแก๊งค์ยื่นขอคืนภาษีทางอินเทอร์เน็ตอันเป็นเท็จ
108acc |
กรมสรรพากร Revenue Department News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เลขที่ข่าว ปชส. 9/2552 วันที่แถลงข่าว 6 มีนาคม 2552 เรื่อง รวบแก๊งค์ยื่นขอคืนภาษีทางอินเทอร์เน็ตอันเป็นเท็จ ............................................................................................................................................................................... กรมสรรพากรได้ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลการขอคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทางอินเทอร์เน็ตพบความผิดปกติ โดยมีข้อมูลการใช้ที่อยู่ในการขอคืนที่เดียวกันเป็นจำนวนมาก และอ้างหลักฐานมีเงินได้พึงประเมินจากค่านายหน้าและดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร ตามหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เมื่อตรวจสอบข้อมูลการนำส่งภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่ายประกอบด้วย ก็ไม่พบการนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ของผู้ขอคืนภาษีแต่อย่างใด อันเป็นพฤติการณ์ที่เชื่อได้ว่า 1. ผู้ขอคืนไม่มีเงินได้ค่านายหน้าและดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร แต่ได้ยื่นแบบแสดงรายการ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทางอินเทอร์เน็ตขอคืนเงินภาษีโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่ามีเงินได้และถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 2. ได้มีการว่าจ้างให้จัดหาบุคคลมาเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารและทำบัตรเอทีเอ็มพร้อมแจ้ง รหัสบัตรส่งมอบให้กลุ่มบุคคลผู้ทุจริตยึดถือไว้ โดยอ้างว่าเพื่อนำไปใช้ในการขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต 3. มีการนำรายชื่อบุคคลเหล่านั้นไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและ ขอคืนเงินภาษี ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จในแบบแสดงรายการภาษีว่ามีเงินได้ค่านายหน้าและดอกเบี้ยจากธนาคาร และแสดงที่อยู่ของผู้ขอคืนภาษีอันเป็นเท็จว่า มีที่อยู่เดียวกันหรือที่อยู่ใกล้เคียงกันซึ่งเป็นบ้านร้างไม่มีผู้อยู่อาศัย โดยที่บุคคลเหล่านั้นไม่เคยมีถิ่นที่อยู่ดังกล่าว ไม่เคยมีเงินได้จากค่านายหน้าหรือดอกเบี้ยจากธนาคาร และไม่เคยยื่นแบบแสดงรายการภาษีแต่อย่างใด กรมฯ จึงประสานความร่วมมือไปยังกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและ เทคโนโลยี และศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย จนจับแก๊งค์ดังกล่าวได้ในที่สุด นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า “ การกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ กรมสรรพากรคืนเงินภาษีให้ตามที่อยู่ที่แจ้งขอคืน โดยสั่งจ่ายเป็นเช็คระบุชื่อ ซึ่งสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารและบัตรเอทีเอ็มพร้อมรหัสบัตรอยู่ในความครอบครองของกลุ่มบุคคลผู้ทุจริตทั้งหมด สามารถนำเช็คสั่งจ่ายเงินคืนภาษีฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารแล้วนำบัตรเอทีเอ็มที่ทราบรหัสไปเบิกถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มได้ เป็นเหตุให้กรมสรรพากรได้รับความเสียหายโดยคืนเงินภาษีไปบางส่วนและได้มีการระงับการคืนเงินภาษีเมื่อพบความผิดปกติ อันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือพยายามฉ้อโกง ตามมาตรา 341 แห่งประมวลกฎหมายอาญา นอกจากนี้ยังเข้าลักษณะเป็นความผิด เกี่ยวกับการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์โดยมิชอบ ตามมาตรา 269/5 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และเป็นความผิดตามมาตรา 14 (1) แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจของประเทศ ” ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกรณีนี้ 1. กรณีฉ้อโกง ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ต่อ 1 กระทง ความผิด 2. กรณีใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์โดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100, 000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3. กรณีกระทำความผิดตามมาตรา 14 (1 ) แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ .2550 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100, 000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- โปร่งใส ฉับไว เต็มใจบริการ ส่วนประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน 7 พญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2617 3321 โทรสาร 0 2617 3324 |